ผลงานวิจัย

ผู้นำยุคดิจิทัลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากด้วยเศรษฐกิจ BCG
คณะรัฐศาสตร์ หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต 2568

ผู้วิจัย: รพีพร ธงทอง

บทคัดย่อ (Abstract)

บทสรุปผู้บริหาร

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับศักยภาพของนักศึกษาและผู้นำชุมชนให้สามารถปรับตัวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล ผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันและการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดได้จริงในระดับพื้นที่
1. หลักการและเหตุผล
การดำเนินโครงการผู้นำยุคดิจิทัลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากด้วยเศรษฐกิจ BCG มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีสมรรถนะด้านการเป็นผู้นำเชิงสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในชุมชนตามแนวทาง Community-Based Learning (CBL) และ Outcome-Based Education (OBE) โดยบูรณาการความรู้จากรายวิชาต่าง ๆ เข้ากับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการทำงานร่วมกับชุมชน การสำรวจ วิเคราะห์ปัญหา การออกแบบกิจกรรมพัฒนา และการสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG (Bio – Circular – Green Economy) ซึ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สร้างสรรค์นวัตกรรมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
การจัดการเรียนรู้ลักษณะนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะผู้นำยุคใหม่ ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการมีจิตสำนึกต่อสังคม ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญสำหรับการเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ทั้งยังช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน
2. วัตถุประสงค์ของโครงการ
1) เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงในกระบวนการพัฒนาชุมชน ผ่านการ บูรณาการความรู้จากรายวิชาเข้ากับสถานการณ์จริงในพื้นที่
2) เพื่อพัฒนานวัตกรรมหรือผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชุมชน
3) เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการใช้เทคโนโลยี การสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ และการทำงานเป็นทีมของนักศึกษาให้มีความพร้อมต่อการเป็นผู้นำยุคดิจิทัล
4) เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและชุมชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวคิดเศรษฐกิจ BCG

3. กิจกรรมหลักของโครงการ
กิจกรรมหลักของโครงการมุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงร่วมกับชุมชนในแต่ละพื้นที่ โดยมีขั้นตอนสำคัญตั้งแต่การสำรวจ วิเคราะห์ และออกแบบนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หนึ่งในผลงานที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ ได้แก่ “การจัดทำโลโก้ผลิตภัณฑ์จากเทียนและการจัดทำโลโก้ผลิตภัณฑ์ข้าวแต๋น ซึ่งเป็นตัวอย่างของการบูรณาการความรู้จากรายวิชาเข้ากับการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง
กระบวนการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมมีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน ได้แก่
1. การสำรวจข้อมูลและอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อศึกษาความเป็นมาของผลิตภัณฑ์และเอกลักษณ์ที่ชุมชนให้คุณค่า
2. การวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
3. การออกแบบร่างแนวคิด (Concept Design) และสร้างต้นแบบโลโก้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น Canva หรือ AI
4. การนำเสนอแบบร่างต่อชุมชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
5. การปรับปรุงและพัฒนาแบบโลโก้ขั้นสุดท้ายให้สมบูรณ์
6. การถ่ายทอดความรู้ให้กับชุมชนผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ
7. การติดตามและประเมินผลการนำโลโก้ไปใช้จริงในผลิตภัณฑ์ของชุมชน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมเหล่านี้คือ ชุมชนมีโลโก้ผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์และความภูมิใจของท้องถิ่น สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้จริง ขณะเดียวกันนักศึกษาได้พัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงเข้าใจแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ในมิติของเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างลึกซึ้ง
4. ผลการดำเนินงาน
การดำเนินโครงการผู้นำยุคดิจิทัลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากด้วยเศรษฐกิจ BCG มีผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมและสะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการองค์ความรู้กับการปฏิบัติจริงของนักศึกษา โดยนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการชิ้นงานที่ 2 คือ การจัดทำโลโก้ผลิตภัณฑ์จากเทียนโดยใช้เทคโนโลยี” โดยนายเสาร์ พรมนิกร และ “การจัดทำโลโก้ผลิตภัณฑ์ข้าวแต๋นโดยใช้เทคโนโลยี
ผลการดำเนินงานสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) และการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบโลโก้ ไปจนถึงการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อการประชาสัมพันธ์สินค้าในชุมชนให้มีความน่าสนใจและสามารถแข่งขันในตลาดได้
ในการดำเนินงาน นักศึกษาได้เรียนรู้ทักษะการออกแบบโดยใช้โปรแกรมดิจิทัล การวิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) กับบริบทของชุมชนจริง ขณะที่ชุมชนเองได้รับความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
นอกจากนี้ การดำเนินงานยังส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักศึกษาและชุมชน ทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในมิติของเศรษฐกิจฐานรากและการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น
5. ผลการเรียนรู้ร่วมระหว่างนักศึกษากับชุมชน (CBL)
ผลการเรียนรู้ร่วมระหว่างนักศึกษากับชุมชน (Community-Based Learning: CBL) ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการนี้ มีทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะเชิงบวกของนักศึกษาและสมาชิกชุมชน ดังนี้
1) ด้านความรู้
- นักศึกษาได้เรียนรู้แนวคิดเศรษฐกิจ BCG และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน
- ชุมชนได้รับความรู้เกี่ยวกับการสร้างอัตลักษณ์สินค้าและการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัล
2) ด้านทักษะ
- นักศึกษาได้พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับชุมชน การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบโลโก้ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อสื่อสาร
- ชุมชนได้ฝึกใช้เทคโนโลยีเบื้องต้น เช่น โปรแกรมออกแบบ และสื่อออนไลน์ เพื่อใช้ในการโปรโมทสินค้า
3) ด้านคุณลักษณะและเจตคติ
- นักศึกษาเกิดความภาคภูมิใจในการนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
- ชุมชนเกิดความตระหนักถึงคุณค่าของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นด้วยนวัตกรรม
- เกิดความสัมพันธ์ที่ดี การเรียนรู้ร่วมกัน และความเข้าใจในบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของกันและกัน
4) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
- ชุมชนมีโลโก้สินค้าที่สวยงาม ทันสมัย และสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น
- มีการใช้เทคโนโลยีจริงในการประชาสัมพันธ์และขยายตลาดสินค้าในรูปแบบออนไลน์
- เกิดแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน ผ่านความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและชุมชน

6. ผลลัพธ์และการต่อยอด
จากการดำเนินโครงการผู้นำยุคดิจิทัลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากด้วยเศรษฐกิจ BCG ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในด้านของนักศึกษาและชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างนวัตกรรมโลโก้ข้าวแต๋นที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยออกแบบ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนมีความโดดเด่นและสามารถแข่งขันทางการตลาดได้มากขึ้น
นักศึกษาได้รับประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ได้ฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการประยุกต์ใช้ความรู้ที่เรียนมาในสถานการณ์จริง ขณะที่ชุมชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ที่มีความทันสมัยและตอบโจทย์ตลาดในยุคดิจิทัล การร่วมมือกันในลักษณะนี้จึงเป็นการบูรณาการความรู้กับการปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ที่ส่งผลให้ทั้งนักศึกษาและชุมชนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน
ในด้านของการต่อยอด ชุมชนสามารถนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ต่อไป รวมถึงการสร้างเพจประชาสัมพันธ์ออนไลน์เพื่อขยายตลาด และการใช้โลโก้ที่ออกแบบไว้เป็นสัญลักษณ์ประจำผลิตภัณฑ์ในอนาคต อีกทั้งยังสามารถต่อยอดแนวคิดเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับเทคโนโลยีดิจิทัลให้กลายเป็นแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืนได้ในระยะยาว
7. บทสรุปผลสำเร็จ
ผลสำเร็จของโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างสถาบันการศึกษา นักศึกษา และชุมชน โดยนักศึกษาได้บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ออกแบบไว้ ทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ อาทิ การคิดอย่างเป็นระบบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม และการมีจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคม
ทั้งนี้ ชุมชนได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์สินค้า ผ่านการออกแบบโลโก้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งทำให้สินค้ามีความโดดเด่นและสามารถนำไปใช้จริงในการจำหน่ายและประชาสัมพันธ์ต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ โครงการยังสร้างความตระหนักให้กับนักศึกษาในฐานะ “ผู้นำยุคดิจิทัล” ที่สามารถนำความรู้มาปรับใช้กับการพัฒนาชุมชนได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษากับชุมชน และเกิดเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ดังนั้น โครงการนี้จึงนับเป็นความสำเร็จที่บรรลุทั้งเป้าหมายด้านการเรียนรู้ของนักศึกษา และการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมฐานรากของชุมชนให้สามารถก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง